ไขปริศนา! ทำไมคนชอบเดินทวนเข็มนาฬิกา? นักวิทย์มีคำตอบ

เคยสงสัยไหมว่าการตัดสินใจเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเส้นทางเดิน หรือแม้แต่ทิศทางการเคลื่อนที่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย มีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่? ดูเหมือนว่านักวิทยาศาสตร์จะค้นพบหนึ่งในพฤติกรรมที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในตัวเรา นั่นคือแนวโน้มที่จะ “เดินทวนเข็มนาฬิกา” โดยไม่รู้ตัว สิ่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องบังเอิญ แต่กลับสะท้อนถึง “บันทึกการเดินทางตามสัญชาตญาณ” ที่ถูกจารึกไว้ในตัวเราแต่ละคน

ดร. อีนากี เอเชเวร์เรีย อูอาร์เต จากมหาวิทยาลัยนาบาร์รา ประเทศสเปน และทีมวิจัย ได้ทำการทดลองอันน่าทึ่งในช่วงการระบาดใหญ่ เพื่อศึกษาพฤติกรรมการรักษาระยะห่างในฝูงชน แต่สิ่งที่พวกเขาค้นพบโดยบังเอิญกลับกลายเป็นปรากฏการณ์ที่คาดไม่ถึง ในวิดีโอการทดลอง พวกเขาสังเกตเห็นว่าผู้คนส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะเดินทวนเข็มนาฬิกาอย่างสม่ำเสมอ พฤติกรรมนี้ถูกยืนยันอีกครั้งในการทดลองซ้ำที่ญี่ปุ่น โดย ดร. คลอดีโอ เฟลิเชียนี จากมหาวิทยาลัยโตเกียว ที่ได้ผลลัพธ์เดียวกัน แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงปัจจัยต่างๆ เช่น ความถนัดมือ เพศ หรืออายุ แต่แนวโน้มนี้ก็ยังคงอยู่

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้มนุษย์ส่วนใหญ่เลือกเดินทวนเข็มนาฬิกา? แม้คำตอบที่ชัดเจนยังคงเป็นปริศนา แต่มีข้อสันนิษฐานที่น่าสนใจ การวิ่งทวนเข็มนาฬิกาในสนามกีฬาโอลิมปิกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1913 ถูกระบุไว้ในกฎกติกาอย่างเป็นทางการ นักวิชาการบางท่านเชื่อว่านี่อาจเป็นผลมาจากการที่ประชากรส่วนใหญ่ถนัดขาขวา ทำให้เกิดแรงภายในต่อร่างกายด้านขวามากขึ้นเมื่อเคลื่อนที่ไปในทิศทางดังกล่าว ซึ่งอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางตามธรรมชาติของเรามาตั้งแต่โบราณกาล

การค้นพบเล็กๆ น้อยๆ นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด การเข้าใจ “อคติ” ในการเคลื่อนที่ของฝูงชนและบุคคล สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบพื้นที่สาธารณะต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือสถานีรถไฟ การจัดวางผังที่คำนึงถึงพฤติกรรมธรรมชาติของการเดินทวนเข็มนาฬิกา จะช่วยให้การไหลเวียนของผู้คนเป็นไปอย่างราบรื่น ลดความแออัด และเพิ่มความปลอดภัยในการอพยพในสถานการณ์ฉุกเฉิน

การเดินทวนเข็มนาฬิกาอาจเป็นเพียงหนึ่งในหลายๆ พฤติกรรมที่เราทำไปโดยไม่รู้ตัว แต่การตระหนักรู้ถึง “สัญชาตญาณ” เหล่านี้เองที่เปิดประตูสู่การทำความเข้าใจตัวเองอย่างลึกซึ้งขึ้น การเขียนบันทึกการเดินทางตามสัญชาตญาณของตัวเอง ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การจดบันทึกสถานที่ที่ไปเยือน แต่ยังรวมถึงการสำรวจความคิด ความรู้สึก และปฏิกิริยาต่อสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างทาง ให้เราลองฟังเสียงภายใน สังเกตพฤติกรรมที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ และบันทึกสิ่งที่ค้นพบเพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่แท้จริงและเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง เหมือนกับการค้นพบเส้นทางที่ใช่จากภายในตัวเอง